เรื่องที่คนขายมัจฉะไม่อยากให้รู้! มัจฉะแต่ละเกรดต่างกันอย่างไร และทุกเกรดมีดีเหมือนกันจริงหรือ?
กระแสมัจฉะ (Matcha) ยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง ทั้งในกลุ่มคนรักสุขภาพและสายคาเฟ่ แต่หลายคนอาจเคยสงสัยว่าทำไมมัจฉะบางกระป๋องราคาหลักร้อย ขณะที่บางยี่ห้อราคาพุ่งไปถึงหลักพันบาท
ความจริงแล้ว "ความแตกต่างของมัจฉะ" อยู่ที่เกรดของใบชา กระบวนการผลิต และวัตถุประสงค์ในการใช้งาน
แต่สิ่งหนึ่งที่หลายคนอาจไม่รู้คือ ไม่ว่ามัจฉะจะเป็นเกรดไหน ก็ยังคงมีสารอาหารและสารต้านอนุมูลอิสระที่เป็นเอกลักษณ์ของมัจฉะอยู่เหมือนกัน
มัจฉะมีกี่เกรด?
โดยทั่วไปมัจฉะแบ่งออกเป็น 3 เกรดหลัก
1. Ceremonial Grade (เกรดพิธีการ)
ถือเป็นเกรดสูงสุด
คุณสมบัติ
- ใช้ใบชาอ่อนที่เก็บเกี่ยวครั้งแรก
- สีเขียวสดเข้ม
- รสชาติหวานนุ่ม
- ขมน้อย
- กลิ่นหอมละเอียด
เหมาะสำหรับ
- ชงดื่มกับน้ำร้อนโดยตรง
- ดื่มแบบไม่เติมนมและน้ำตาล
2. Premium Grade (เกรดพรีเมียม)
เป็นเกรดที่ได้รับความนิยมมาก
คุณสมบัติ
- รสชาติเข้มขึ้น
- มีความขมเล็กน้อย
- ราคาจับต้องง่ายกว่า
เหมาะสำหรับ
- มัจฉะลาเต้
- เครื่องดื่มประจำวัน
3. Culinary Grade (เกรดทำอาหาร)
เป็นเกรดที่ราคาประหยัดที่สุด
คุณสมบัติ
- สีเขียวอ่อนกว่า
- รสเข้มและขมกว่า
- กลิ่นชาชัด
เหมาะสำหรับ
- เบเกอรี่
- ไอศกรีม
- ขนม
- สมูทตี้
แล้วมัจฉะเกรดแพงดีกว่าเสมอหรือไม่?
คำตอบคือ "ไม่เสมอไป"
หากคุณนำมัจฉะไปทำลาเต้ เติมนม และน้ำแข็ง
หลายครั้งการใช้ Ceremonial Grade อาจไม่คุ้มค่า เพราะรสชาติที่ละเอียดอ่อนจะถูกกลบรสด้วยนม
ในกรณีนี้ Premium Grade หรือ Culinary Grade คุณภาพดี อาจตอบโจทย์มากกว่า
สิ่งที่มัจฉะทุกเกรดมีเหมือนกัน
แม้ราคาจะแตกต่างกัน แต่มัจฉะทุกเกรดยังคงมีคุณสมบัติสำคัญหลายอย่างคล้ายกัน
มีสารต้านอนุมูลอิสระ
โดยเฉพาะสารกลุ่ม Catechin ที่พบในชาเขียว
ช่วยลดความเสียหายจากอนุมูลอิสระในร่างกาย
มี L-Theanine
กรดอะมิโนธรรมชาติที่ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย
เป็นเหตุผลที่หลายคนรู้สึกมีสมาธิหลังดื่มมัจฉะ
มีคาเฟอีนตามธรรมชาติ
ช่วยเพิ่มความตื่นตัว
แต่ให้ความรู้สึกนุ่มนวลกว่ากาแฟในหลายกรณี
ได้รับสารอาหารจากใบชาทั้งใบ
ต่างจากชาเขียวทั่วไปที่ชงแล้วทิ้งใบ
มัจฉะเป็นการบดใบชาให้ละเอียดและดื่มเข้าไปทั้งใบ
วิธีเลือกมัจฉะให้คุ้มค่า
เลือก Ceremonial Grade หาก
- ชอบดื่มมัจฉะเพียว
- เน้นรสชาติชาแท้
- ต้องการสัมผัสความหอมระดับสูง
เลือก Premium Grade หาก
- ดื่มมัจฉะลาเต้เป็นประจำ
- ต้องการความคุ้มค่า
- ดื่มทุกวัน
เลือก Culinary Grade หาก
- ทำขนม
- ทำเครื่องดื่มปั่น
- ใช้ในปริมาณมาก
สรุป
มัจฉะแต่ละเกรดมีความแตกต่างกันในเรื่องของสี กลิ่น รสชาติ และราคา แต่ไม่ได้หมายความว่าเกรดที่แพงที่สุดจะเหมาะกับทุกคนเสมอไป การเลือกเกรดที่เหมาะกับรูปแบบการดื่มของตัวเองต่างหากที่คุ้มค่าที่สุด
ที่สำคัญ ไม่ว่าจะเป็น Ceremonial Grade, Premium Grade หรือ Culinary Grade มัจฉะทุกเกรดยังคงมีสารต้านอนุมูลอิสระ คาเฟอีนธรรมชาติ และสาร L-Theanine ซึ่งเป็นจุดเด่นด้านสุขภาพที่ทำให้มัจฉะได้รับความนิยมไปทั่วโลก

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น