อ่างล้างหน้ามีกลิ่นเหม็น แก้ยังไง? รู้สาเหตุกลิ่นท่อ พร้อมวิธีจัดการด้วยของใช้ในบ้าน
อ่างล้างหน้ามีกลิ่นเหม็น แก้ยังไง? รู้สาเหตุกลิ่นท่อ พร้อมวิธีจัดการด้วยของใช้ในบ้าน
อ่างล้างหน้าเป็นหนึ่งในจุดที่เราใช้งานทุกวัน แต่เมื่อเริ่มมีกลิ่นเหม็นหรือกลิ่นคล้ายท่อระบายน้ำ หลายคนอาจเข้าใจว่าเกิดจากอ่างสกปรกเพียงอย่างเดียว ทั้งที่จริงแล้วต้นตออาจมาจาก สิ่งสกปรกที่สะสมอยู่ในท่อ รูน้ำล้น หรือระบบระบายน้ำใต้อ่าง
ปัญหานี้ไม่จำเป็นต้องรีบซื้อผลิตภัณฑ์ราคาแพงมาใช้เสมอไป เพราะในบางกรณีสามารถเริ่มจัดการได้ด้วยของใช้ที่มีอยู่ในบ้าน แต่สิ่งสำคัญคือควรตรวจหาสาเหตุก่อน เพื่อเลือกวิธีทำความสะอาดได้เหมาะสม
ทำไมอ่างล้างหน้าถึงมีกลิ่นเหม็น?
สาเหตุของกลิ่นไม่พึงประสงค์จากอ่างล้างหน้ามีได้หลายอย่าง โดยสาเหตุที่พบได้บ่อยคือ คราบสบู่ เส้นผม เศษสิ่งสกปรก และคราบจากผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่ไหลลงท่อแล้วสะสมอยู่ภายใน เมื่อมีความชื้นเป็นเวลานาน สิ่งเหล่านี้อาจทำให้เกิดกลิ่นได้
นอกจากนี้ หากน้ำในระบบดักกลิ่นของท่อมีปัญหา หรือระบบท่อระบายอากาศทำงานไม่เหมาะสม กลิ่นจากระบบระบายน้ำก็อาจย้อนกลับขึ้นมายังบริเวณอ่างได้เช่นกัน
ดังนั้น ก่อนแก้ปัญหาควรสังเกตว่ากลิ่นมาจาก ปากท่อ บริเวณรูน้ำล้น หรือท่อใต้อ่าง เพื่อช่วยระบุต้นเหตุได้แม่นยำขึ้น
เช็ก 3 จุดก่อนลงมือทำความสะอาด
ก่อนเริ่มแก้กลิ่น ลองตรวจสอบบริเวณต่อไปนี้
1. ปากท่อระบายน้ำ
ดูว่ามีเส้นผม คราบสบู่ หรือสิ่งสกปรกเกาะอยู่หรือไม่
2. รูน้ำล้นของอ่าง
รูเล็ก ๆ บริเวณด้านบนของอ่างเป็นอีกจุดที่หลายคนมองข้าม และอาจมีคราบสะสมอยู่ภายใน
3. ท่อใต้ซิงก์หรืออ่าง
หากกลิ่นมาจากบริเวณใต้ตู้อ่าง ควรตรวจดูว่ามีน้ำรั่ว น้ำขัง หรือคราบสกปรกบริเวณข้อต่อหรือไม่
ของใช้ในบ้านที่ช่วยจัดการกลิ่นท่อได้
หากปัญหาเกิดจากคราบหรือสิ่งสกปรกทั่วไป สามารถเริ่มจากของใช้พื้นฐาน เช่น เบกกิ้งโซดา น้ำส้มสายชู น้ำอุ่น และแปรงทำความสะอาดขนาดเล็ก
อย่างไรก็ตาม ไม่ควรคิดว่าของเหล่านี้สามารถแก้ปัญหาท่อได้ทุกกรณี เพราะหากท่ออุดตัน มีชิ้นส่วนเสียหาย หรือระบบท่อมีปัญหา การใช้ของใช้ในบ้านอาจไม่เพียงพอ
เบกกิ้งโซดาช่วยทำความสะอาดท่อได้อย่างไร?
เบกกิ้งโซดาเป็นวัตถุดิบที่หลายบ้านมีติดครัว และสามารถนำมาใช้เป็นส่วนหนึ่งของการทำความสะอาดคราบทั่วไปได้
สำหรับอ่างล้างหน้า ควรเริ่มจากนำสิ่งสกปรกที่มองเห็นได้ออกก่อน จากนั้นจึงใช้เบกกิ้งโซดาตามวิธีที่เหมาะสมกับวัสดุและระบบท่อ แล้วล้างออกให้เรียบร้อย
สิ่งสำคัญคือไม่ควรคาดหวังว่าเบกกิ้งโซดาจะสามารถกำจัดปัญหาท่ออุดตันหรือกลิ่นจากระบบท่อได้ทุกประเภท
น้ำส้มสายชูใช้ลดกลิ่นท่อได้ไหม?
น้ำส้มสายชูมีความเป็นกรดอ่อน ๆ และมักถูกนำมาใช้ทำความสะอาดคราบบางชนิดภายในบ้าน จึงสามารถนำมาใช้เป็นส่วนหนึ่งของการดูแลความสะอาดบริเวณอ่างได้
แต่ควรระวังเรื่องการผสมกับผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดอื่น โดยเฉพาะ น้ำยาฟอกขาวหรือผลิตภัณฑ์ที่มีคลอรีน เพราะอาจเกิดก๊าซที่เป็นอันตรายได้
หลักง่าย ๆ คือ หากไม่ทราบส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์ ไม่ควรนำมาผสมกันเอง
อย่าลืมทำความสะอาดรูน้ำล้น
หนึ่งในจุดที่มักถูกมองข้ามคือ รูน้ำล้นของอ่างล้างหน้า เพราะแม้บริเวณด้านบนของอ่างจะดูสะอาด แต่ภายในช่องดังกล่าวอาจมีคราบสะสมได้
สามารถใช้แปรงขนาดเล็กหรืออุปกรณ์ที่เหมาะสมทำความสะอาดบริเวณนี้ แล้วล้างด้วยน้ำตามความเหมาะสม วิธีนี้ช่วยให้การดูแลอ่างล้างหน้าครอบคลุมมากขึ้น ไม่ได้ทำความสะอาดเฉพาะบริเวณที่มองเห็นเท่านั้น
ถ้าท่อใต้อ่างสกปรก ควรทำอย่างไร?
หากตรวจพบว่าคราบหรือสิ่งสกปรกอยู่บริเวณท่อดักกลิ่นใต้อ่าง การทำความสะอาดชิ้นส่วนดังกล่าวอาจช่วยแก้ปัญหาได้ในบางกรณี
แต่ก่อนถอดท่อควรเตรียมภาชนะรองน้ำ และศึกษาวิธีถอดประกอบของระบบที่ติดตั้งอยู่ หากไม่มั่นใจ ไม่ควรฝืนถอดเอง เพราะอาจทำให้ข้อต่อเสียหายหรือน้ำรั่วภายหลัง
วิธีป้องกันไม่ให้อ่างล้างหน้ากลับมามีกลิ่น
หลังจัดการกลิ่นแล้ว การป้องกันไม่ให้ปัญหากลับมาอีกก็สำคัญไม่แพ้กัน
- ไม่ปล่อยให้เส้นผมสะสมบริเวณปากท่อ
- เก็บเศษสิ่งสกปรกก่อนเปิดน้ำล้าง
- ทำความสะอาดอ่างเป็นประจำ
- อย่าลืมทำความสะอาดรูน้ำล้น
- ตรวจสอบท่อใต้อ่างเป็นระยะ
- หลีกเลี่ยงการเทสิ่งของที่ไม่เหมาะสมลงท่อ
- ดูแลบริเวณอ่างให้สะอาดและแห้ง
กลิ่นท่อแบบไหนที่ควรเรียกช่าง?
หากลองทำความสะอาดแล้วแต่กลิ่นยังกลับมาอย่างต่อเนื่อง อาจต้องพิจารณาว่าปัญหาไม่ได้เกิดจากคราบสกปรกทั่วไป
โดยเฉพาะกรณีที่มี น้ำระบายช้า น้ำย้อนกลับ ท่อรั่ว เสียงผิดปกติจากระบบท่อ หรือมีกลิ่นเหม็นจากหลายจุดภายในบ้าน ควรให้ช่างตรวจสอบ เพราะอาจเกี่ยวข้องกับระบบระบายน้ำหรือระบบท่อภายในอาคาร
สรุป
ปัญหา อ่างล้างหน้ามีกลิ่นเหม็น ไม่ได้หมายความว่าอ่างสกปรกเพียงอย่างเดียว แต่อาจเกิดจากคราบสะสมในท่อ รูน้ำล้น ท่อดักกลิ่น หรือปัญหาของระบบระบายน้ำ
หากเป็นคราบและสิ่งสกปรกทั่วไป สามารถเริ่มจากการทำความสะอาดปากท่อ รูน้ำล้น และบริเวณรอบอ่างด้วยของใช้ที่เหมาะสมในบ้านได้ แต่หากกลิ่นยังคงอยู่หรือมีอาการผิดปกติอื่นร่วมด้วย การตรวจสอบระบบท่อโดยผู้เชี่ยวชาญจะเป็นวิธีที่เหมาะสมกว่า
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น