น้ำถั่วเขียวกินทุกวันได้ไหม? 6 กลุ่มที่ควรระวัง โดยเฉพาะคนกินยาประจำ
น้ำถั่วเขียวเป็นเครื่องดื่มที่หลายคนคุ้นเคย โดยเฉพาะในช่วงอากาศร้อน เพราะดื่มง่ายและให้ความรู้สึกสดชื่น แต่แม้ถั่วเขียวจะเป็นอาหารทั่วไป ก็ไม่ได้หมายความว่าการดื่มในปริมาณมากหรือดื่มเป็นประจำจะเหมาะกับทุกคน
หญิง "ต้มถั่วเขียว" กิน 3 วัน "เลือดออกในสมอง" เข้ารพ.ด่วน หมอเตือน ไม่ได้เหมาะกับทุกคน
ประเด็นนี้ได้รับความสนใจหลังมีรายงานข่าวจากจีนเกี่ยวกับหญิงรายหนึ่งที่มีประวัติเป็นโรคความดันโลหิตสูงและรับประทานยาควบคุมความดันเป็นประจำ โดยเธอดื่มน้ำถั่วเขียวประมาณ 1,500 มิลลิลิตรต่อวันติดต่อกัน 3 วัน ก่อนมีอาการปวดศีรษะรุนแรง อาเจียน และหมดสติ และแพทย์วินิจฉัยว่ามีเลือดออกในสมอง
อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ดังกล่าว ไม่ควรตีความว่าน้ำถั่วเขียวเป็นสาเหตุโดยตรงของเลือดออกในสมอง แต่เป็นกรณีที่ทำให้เกิดคำถามว่า คนที่มีโรคประจำตัวหรือรับประทานยาบางชนิดควรระมัดระวังการดื่มเครื่องดื่มจากถั่วเขียวในปริมาณมากหรือไม่
น้ำถั่วเขียวมีประโยชน์ แต่ไม่ได้หมายความว่าดื่มมากแล้วจะยิ่งดี
ถั่วเขียวเป็นอาหารที่มีทั้งโปรตีนจากพืช คาร์โบไฮเดรต ใยอาหาร วิตามินและแร่ธาตุบางชนิด รวมถึงสารพฤกษเคมี
แต่เมื่อนำมาต้มเป็นเครื่องดื่ม โดยเฉพาะสูตรที่เติมน้ำตาล ปริมาณพลังงานและน้ำตาลที่ได้รับก็ขึ้นอยู่กับสูตรและปริมาณที่ดื่มด้วย
ดังนั้น การมองว่าเป็นเครื่องดื่มจากธรรมชาติแล้วสามารถดื่มแทนน้ำเปล่าได้ครั้งละมาก ๆ จึงไม่ใช่แนวทางที่เหมาะกับทุกคน
1. ผู้ที่มีความดันโลหิตสูงและกินยาประจำ
กลุ่มนี้ควรให้ความสำคัญเป็นพิเศษ โดยเฉพาะคนที่รับประทานยาลดความดันหลายชนิดหรือมีปัญหาควบคุมความดันอยู่แล้ว
รายงานกรณีหญิงจีนดังกล่าวระบุว่า เธอมีประวัติความดันโลหิตสูงและใช้ยาควบคุมความดันเป็นประจำ ก่อนจะดื่มน้ำถั่วเขียวในปริมาณมากติดต่อกันหลายวัน
สิ่งสำคัญคือ ไม่ควรหยุดยา เปลี่ยนยา หรือปรับปริมาณยาเอง เพียงเพราะรับประทานอาหารหรือเครื่องดื่มชนิดใดชนิดหนึ่ง
หากต้องการดื่มน้ำถั่วเขียวเป็นประจำ ควรสอบถามแพทย์หรือเภสัชกร โดยเฉพาะเมื่อรับประทานยาควบคุมความดันหลายชนิด
2. ผู้ที่รับประทานยาหลายชนิด
อาหารและเครื่องดื่มบางชนิดสามารถมีปฏิกิริยากับยาได้ และอาจเกี่ยวข้องกับการดูดซึม การเปลี่ยนแปลงของยาในร่างกาย หรือการขับยาออกจากร่างกาย
ดังนั้น ผู้ที่มีโรคประจำตัวและรับประทานยาหลายชนิด ไม่ควรคิดว่าอาหารจากธรรมชาติจะไม่มีโอกาสเกี่ยวข้องกับยา
หากกำลังรับประทานยาเป็นประจำ ควรแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรถึงอาหารเสริมหรือเครื่องดื่มสมุนไพรที่รับประทานเป็นประจำด้วย
3. ผู้ที่เป็นโรคไตหรือถูกจำกัดน้ำและแร่ธาตุ
ผู้ที่มีโรคไตบางระยะอาจต้องควบคุมปริมาณน้ำหรือแร่ธาตุบางชนิดตามคำแนะนำของแพทย์
ดังนั้น การดื่มเครื่องดื่มปริมาณมากติดต่อกันหลายวันโดยไม่ได้คำนึงถึงข้อจำกัดของโรค จึงไม่ใช่เรื่องที่ควรทำเอง
สำหรับผู้ป่วยโรคไต ควรยึดคำแนะนำเฉพาะบุคคลจากแพทย์หรือนักกำหนดอาหารเป็นหลัก
4. ผู้ที่เป็นเบาหวานหรือควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด
สิ่งที่ควรระวังไม่ใช่เพียง “ถั่วเขียว” แต่รวมถึง น้ำตาลที่เติมลงไปในเครื่องดื่ม
น้ำถั่วเขียวที่มีการเติมน้ำตาลจำนวนมากอาจเพิ่มน้ำตาลและพลังงานในมื้ออาหารหรือระหว่างวันได้
ผู้ที่เป็นเบาหวานจึงควรดูฉลากหรือส่วนผสม และหากเป็นสูตรที่เติมน้ำตาล ควรจำกัดปริมาณให้เหมาะสม
ไม่ควรคิดว่าน้ำถั่วเขียวจะสามารถใช้แทนน้ำเปล่าหรือใช้ควบคุมระดับน้ำตาลได้โดยไม่ต้องสนใจอาหารและยาชนิดอื่น
5. ผู้ที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด
ผู้ที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด เช่น วาร์ฟาริน ควรระมัดระวังการเปลี่ยนแปลงอาหารอย่างมาก และควรแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรเกี่ยวกับอาหารและเครื่องดื่มที่รับประทานเป็นประจำ
สิ่งสำคัญคือไม่ควรหยุดหรือปรับขนาดยาด้วยตัวเอง เพราะยากลุ่มนี้ต้องควบคุมอย่างเหมาะสมเพื่อให้เกิดประโยชน์และลดความเสี่ยงของเลือดออก
6. ผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีโรคประจำตัวหลายอย่าง
ผู้สูงอายุจำนวนไม่น้อยรับประทานยาหลายชนิดพร้อมกัน และอาจมีทั้งความดันโลหิตสูง เบาหวาน โรคไต หรือโรคเรื้อรังอื่น ๆ
ดังนั้น การเพิ่มเครื่องดื่มชนิดใดชนิดหนึ่งในปริมาณมากอย่างกะทันหันจึงควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อน
โดยเฉพาะหากต้องการดื่มน้ำถั่วเขียวในปริมาณมากแทนน้ำเปล่าเป็นเวลาหลายวัน
แล้วคนทั่วไปดื่มน้ำถั่วเขียวได้ไหม?
สำหรับคนทั่วไปที่มีสุขภาพดี การรับประทานถั่วเขียวหรือน้ำถั่วเขียวในปริมาณที่เหมาะสมไม่ได้หมายความว่าจะเป็นอันตราย
สิ่งที่ควรระวังคือ ปริมาณและสูตรของเครื่องดื่ม
หากเป็นน้ำถั่วเขียวที่เติมน้ำตาลมาก การดื่มเป็นประจำอาจทำให้ได้รับน้ำตาลเพิ่มโดยไม่รู้ตัว
ส่วนการดื่มปริมาณมากในช่วงเวลาสั้น ๆ ก็ไม่จำเป็น เพราะการดื่มเครื่องดื่มชนิดใดชนิดหนึ่งมากเกินไปไม่ได้ทำให้ได้รับประโยชน์เพิ่มขึ้นตามสัดส่วน
น้ำถั่วเขียวควรดื่มแทนน้ำเปล่าหรือไม่?
โดยทั่วไปไม่จำเป็นต้องใช้น้ำถั่วเขียวแทนน้ำเปล่า
น้ำเปล่ายังคงเป็นเครื่องดื่มหลักที่เหมาะสำหรับการเติมน้ำให้ร่างกาย ส่วนเครื่องดื่มอื่นสามารถรับประทานสลับกันตามความเหมาะสม
หากเป็นน้ำถั่วเขียว ควรพิจารณาปริมาณน้ำตาลและปริมาณที่ดื่มร่วมด้วย
โดยเฉพาะคนที่มีโรคประจำตัวหรือรับประทานยาต่อเนื่อง ไม่ควรเปลี่ยนพฤติกรรมการดื่มอย่างมากโดยไม่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ
หากดื่มแล้วมีอาการผิดปกติ ควรทำอย่างไร?
หากมีอาการผิดปกติหลังดื่มเครื่องดื่มใด ๆ โดยเฉพาะในคนที่มีโรคประจำตัว ควรหยุดสังเกตอาการและปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร
แต่หากมีอาการอย่าง ปวดศีรษะรุนแรงแบบเฉียบพลัน พูดไม่ชัด หน้าเบี้ยว แขนหรือขาอ่อนแรงข้างใดข้างหนึ่ง เดินเซผิดปกติ อาเจียนรุนแรง หรือหมดสติ ไม่ควรรอดูอาการเอง เพราะอาจเป็นสัญญาณของภาวะฉุกเฉินทางสมอง
กรมการแพทย์ระบุว่าภาวะเลือดออกในสมองเป็นภาวะฉุกเฉิน และความดันโลหิตสูงที่ควบคุมไม่ได้เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่เพิ่มความเสี่ยงต่อหลอดเลือดสมองแตก
สรุป น้ำถั่วเขียวไม่ได้เป็นอาหารต้องห้าม
น้ำถั่วเขียวไม่ได้เป็นเครื่องดื่มที่ทุกคนต้องหลีกเลี่ยง และกรณีหญิงจีนที่เป็นข่าว ไม่ควรถูกนำไปสรุปว่าน้ำถั่วเขียวทำให้เลือดออกในสมองโดยตรง
สิ่งที่ควรนำมาเป็นบทเรียนคือ หากมีโรคประจำตัวและต้องรับประทานยาเป็นประจำ การดื่มอาหารหรือเครื่องดื่มชนิดใดชนิดหนึ่งในปริมาณมากและต่อเนื่อง อาจต้องพิจารณาเรื่องปฏิกิริยาระหว่างอาหารกับยาและภาวะสุขภาพของแต่ละคน
ดังนั้น หากชอบดื่มน้ำถั่วเขียว สามารถดื่มในปริมาณที่เหมาะสมได้ แต่ ไม่ควรดื่มแทนน้ำเปล่าในปริมาณมาก และผู้ที่กินยาประจำควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเปลี่ยนพฤติกรรมการดื่มอย่างมาก
เพราะอาหารที่ดีต่อสุขภาพสำหรับคนหนึ่ง อาจต้องมีข้อควรระวังแตกต่างกันในคนที่มีโรคประจำตัวหรือใช้ยาบางชนิด
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น