เวลาอาบน้ำควรหันหน้า หรือหันหลังให้ฝักบัว? คำตอบอาจไม่เหมือนที่คิด
การอาบน้ำเป็นกิจวัตรที่ทุกคนทำกันแทบทุกวัน แต่มีเรื่องหนึ่งที่หลายคนอาจไม่เคยสังเกต นั่นคือ เวลาอาบน้ำ เราควรหันหน้าเข้าหาฝักบัว หรือหันหลังให้สายน้ำกันแน่?
บางคนเปิดฝักบัวแล้วหันหน้าเข้าหาน้ำทันที ขณะที่บางคนกลับเลือกหันหลังให้สายน้ำตั้งแต่เริ่มอาบจนเสร็จ และเมื่อพูดถึงเรื่องนี้ หลายคนอาจสงสัยว่ามีท่าใดที่เรียกว่า “อาบน้ำแบบปกติ” มากกว่ากัน
คำตอบคือ ทั้งสองแบบสามารถทำได้ตามปกติ เพราะทิศทางการยืนอาบน้ำส่วนใหญ่ขึ้นอยู่กับความถนัด ความเคยชิน และความรู้สึกสบายของแต่ละคน โดยข้อมูลจากบทความ Sanook ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2566 ก็ระบุในทำนองเดียวกันว่า การหันหน้าเข้าหรือหันหลังให้ฝักบัวไม่ได้มีท่าที่ผิดหรือถูกอย่างตายตัว
หันหน้าเข้าฝักบัว ทำไมหลายคนถึงชอบ?
คนที่ชอบหันหน้าเข้าฝักบัวมักรู้สึกว่าสามารถควบคุมทิศทางของน้ำได้ง่าย โดยเฉพาะเวลาสระผม ล้างหน้า หรือล้างผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดออกจากร่างกาย
นอกจากนี้ การยืนหันหน้าเข้าหาน้ำยังทำให้มองเห็นบริเวณที่กำลังอาบได้ง่าย จึงสะดวกสำหรับการทำความสะอาดร่างกายแต่ละส่วน
อย่างไรก็ตาม หากใช้ฝักบัวที่มีแรงดันน้ำสูงหรือใช้น้ำร้อน ควรหลีกเลี่ยงการปล่อยให้น้ำกระทบใบหน้าโดยตรงเป็นเวลานาน เพราะผิวบริเวณใบหน้าค่อนข้างบอบบาง
แล้วทำไมบางคนถึงชอบหันหลังให้ฝักบัว?
สำหรับคนที่ชอบหันหลังให้ฝักบัว เหตุผลหนึ่งอาจมาจากความรู้สึกผ่อนคลาย เพราะสามารถปล่อยให้น้ำไหลผ่านบริเวณศีรษะ คอ ไหล่ และแผ่นหลังได้โดยไม่ต้องให้น้ำกระทบใบหน้าโดยตรง
บางคนยังรู้สึกว่าท่านี้ช่วยลดความรำคาญจากน้ำที่เข้าตาหรือเข้าปาก โดยเฉพาะเวลาสระผมและล้างผลิตภัณฑ์ออกจากเส้นผม
อีกปัจจัยหนึ่งคือ “ความเคยชิน” หากเคยอาบน้ำด้วยท่านี้มานาน เมื่อเข้าห้องน้ำก็อาจยืนในตำแหน่งเดิมโดยอัตโนมัติ จนกลายเป็นท่าประจำตัวโดยไม่ทันสังเกต
ไม่มีคำตอบว่าต้องหันไปทางไหน
เรื่องนี้ไม่มีหลักทั่วไปที่กำหนดว่าคนเราต้องหันหน้าเข้าหาฝักบัวเท่านั้น หรือจำเป็นต้องหันหลังให้สายน้ำ เพราะเป้าหมายหลักของการอาบน้ำคือการชำระเหงื่อ สิ่งสกปรก และผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ออกจากร่างกาย
ดังนั้น ไม่ว่าจะเลือกยืนแบบใด หากสามารถทำความสะอาดร่างกายได้ทั่วถึง ก็ถือว่าเป็นการอาบน้ำตามปกติ
สิ่งสำคัญกว่าทิศทางการยืน คืออุณหภูมิของน้ำ
แม้ทิศทางที่ยืนจะเป็นเรื่องของความชอบ แต่สิ่งที่ควรใส่ใจมากกว่าคือ อุณหภูมิของน้ำ
การอาบน้ำร้อนจัดเป็นเวลานานอาจทำให้ผิวสูญเสียความชุ่มชื้นและเกิดอาการแห้ง ตึง หรือระคายเคืองได้ ดังนั้นควรเลือกอุณหภูมิที่รู้สึกสบายผิว และไม่จำเป็นต้องใช้เวลายืนอยู่ใต้สายน้ำนานเกินไป
Sanook Health เคยให้ข้อมูลโดยอ้างอิงผู้เชี่ยวชาญว่า การอาบน้ำที่ร้อนหรือเย็นจัดเกินไปอาจไม่เหมาะกับร่างกายและผิว โดยเฉพาะน้ำอุ่นหรือน้ำร้อนที่ใช้เป็นเวลานานอาจทำให้ผิวแห้งได้
อาบน้ำอย่างไรให้สะอาดมากกว่าการเลือกทิศทาง?
ไม่ว่าจะหันหน้าเข้าฝักบัวหรือหันหลังให้สายน้ำ สิ่งสำคัญคือควรทำความสะอาดบริเวณที่มีเหงื่อและความอับชื้นเป็นพิเศษ เช่น รักแร้ ขาหนีบ เท้า ซอกคอ และบริเวณข้อพับ
สำหรับการสระผม ควรล้างแชมพูและครีมนวดออกให้หมด และหากผลิตภัณฑ์จากเส้นผมไหลลงมาบริเวณใบหน้า คอ หรือแผ่นหลัง ก็ควรล้างบริเวณดังกล่าวให้สะอาดอีกครั้ง
การอาบน้ำที่ดีจึงไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าเราหันไปทางไหน แต่ขึ้นอยู่กับว่าเราทำความสะอาดร่างกายได้ทั่วถึงและดูแลผิวอย่างเหมาะสมหรือไม่
ผิวแพ้ง่ายควรระวังอะไร?
สำหรับคนที่มีผิวบอบบางหรือระคายเคืองง่าย ควรให้ความสำคัญกับอุณหภูมิของน้ำและแรงดันจากฝักบัวมากกว่าทิศทางที่ยืน
หากรู้สึกว่าการให้น้ำร้อนสัมผัสใบหน้าโดยตรงทำให้ผิวแดง แสบ หรือแห้ง อาจเลือกหันหลังให้ฝักบัว หรือลดอุณหภูมิและแรงดันของน้ำลง
นอกจากนี้ไม่ควรขัดผิวแรง ๆ เพียงเพื่อต้องการให้รู้สึกว่าสะอาด เพราะการเสียดสีมากเกินไปอาจทำให้ผิวเกิดการระคายเคืองได้
สรุป หันหน้า หรือหันหลัง แบบไหนปกติกว่ากัน?
คำตอบง่าย ๆ คือ ทั้งหันหน้าและหันหลังเข้าฝักบัวเป็นวิธีอาบน้ำที่ปกติทั้งคู่
แต่ละคนสามารถเลือกท่าที่รู้สึกสบายและเหมาะกับกิจวัตรของตัวเองได้ หากชอบหันหน้าเข้าหาน้ำก็สามารถทำได้ เช่นเดียวกับคนที่ชอบหันหลังให้ฝักบัวก็ไม่มีความผิดปกติแต่อย่างใด
สิ่งที่ควรใส่ใจมากกว่าคือการทำความสะอาดร่างกายให้ทั่วถึง หลีกเลี่ยงน้ำร้อนจัด และไม่ใช้เวลาอาบน้ำนานเกินความจำเป็น เพราะสิ่งเหล่านี้มีผลต่อสุขภาพผิวมากกว่าการเลือกว่าจะหันหน้าไปทางใด
ดังนั้น ครั้งต่อไปที่คุณเปิดฝักบัว ลองสังเกตตัวเองดูว่า คุณเป็นคนหันหน้าเข้าหาสายน้ำ หรือเป็นสายหันหลังให้ฝักบัว เพราะไม่ว่าคุณจะเลือกแบบไหน ก็ถือว่าเป็นวิธีอาบน้ำที่ทำได้ตามปกติเช่นกัน

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น