เปิดแอร์เวลาไหนประหยัดไฟ? ความร้อนภายนอกมีผลกับค่าไฟมากกว่าที่คิด
หลายคนอาจคิดว่าการเปิดแอร์วันละหลายชั่วโมงจะกินไฟเท่ากัน ไม่ว่าจะเปิดตอนเช้า ตอนกลางวัน หรือกลางคืน แต่ในความเป็นจริงภาระการทำความเย็นของเครื่องปรับอากาศเปลี่ยนแปลงไปตามสภาพอากาศภายนอก เปิดแอร์ตอนกี่โมง "ประหยัดไฟที่สุด" และช่วงไหนดูดเงินแพงสุด? กางข้อมูลผลทดสอบชัด!
โดยเฉพาะในวันที่อากาศร้อนจัด แอร์จะต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อดึงความร้อนออกจากห้อง ทำให้การเปิดแอร์ในช่วงที่อุณหภูมิภายนอกสูงมากมีโอกาสใช้พลังงานมากกว่าช่วงที่อากาศเย็นลง
ช่วงเวลาไหนแอร์มีแนวโน้มกินไฟมากที่สุด?
โดยทั่วไป ช่วงกลางวันตั้งแต่เที่ยงไปจนถึงช่วงบ่ายเป็นช่วงที่บ้านได้รับความร้อนจากแสงแดดมากขึ้น โดยเฉพาะห้องที่มีหน้าต่างรับแดดหรืออยู่ชั้นบนของอาคาร
เมื่ออุณหภูมิภายนอกสูงขึ้น เครื่องปรับอากาศจะต้องทำงานหนักกว่าเดิมเพื่อรักษาอุณหภูมิภายในห้องให้คงที่ จึงมีโอกาสใช้ไฟฟ้ามากขึ้นตามไปด้วย
ข้อมูลจากการทดสอบของกระทรวงพลังงานพบว่า แอร์ขนาด 12,000 BTU ที่ตั้งอุณหภูมิภายในไว้ที่ 26 องศาเซลเซียส ใช้ไฟเฉลี่ย 0.69 หน่วยต่อชั่วโมงเมื่ออุณหภูมิภายนอกอยู่ที่ 35 องศาเซลเซียส แต่เมื่ออุณหภูมิภายนอกเพิ่มเป็น 41 องศาเซลเซียส การใช้ไฟเพิ่มเป็น 0.79 หน่วยต่อชั่วโมง
อากาศร้อนขึ้น 6 องศา ทำไมค่าไฟแอร์ถึงเพิ่ม?
เมื่ออุณหภูมิภายนอกสูงขึ้น ความแตกต่างระหว่างอุณหภูมิภายนอกกับอุณหภูมิที่ต้องการภายในห้องก็เพิ่มขึ้นตาม ทำให้ระบบปรับอากาศต้องระบายความร้อนออกจากห้องมากขึ้น
ผลการทดสอบดังกล่าวจึงสะท้อนให้เห็นว่า “อุณหภูมิภายนอก” เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการใช้ไฟของแอร์ ไม่ใช่แค่จำนวนชั่วโมงที่เปิดเครื่องเท่านั้น
ถ้าเลือกเวลาได้ เปิดแอร์ช่วงไหนจึงมีโอกาสประหยัดกว่า?
หากสามารถเลือกเวลาใช้งานได้ ช่วงเช้าตรู่หรือช่วงกลางคืนที่อุณหภูมิภายนอกลดลงมักเป็นช่วงที่ภาระการทำความเย็นน้อยกว่าช่วงบ่ายที่อากาศร้อนจัด
อย่างไรก็ตาม ไม่ควรตีความว่าการเปิดแอร์ตอนกลางคืนจะทำให้ค่าไฟถูกเสมอ เพราะค่าไฟจริงยังขึ้นอยู่กับชนิดเครื่องปรับอากาศ อุณหภูมิที่ตั้ง ขนาดห้อง จำนวนชั่วโมงที่เปิด และอัตราค่าไฟของบ้านแต่ละประเภท
ตั้งแอร์ 26 องศา ช่วยลดการกินไฟได้อย่างไร?
การตั้งอุณหภูมิแอร์ต่ำมากไม่ได้ทำให้ห้องเย็นเร็วขึ้นเสมอไป แต่ทำให้เครื่องต้องทำงานหนักและนานขึ้นกว่าจะถึงอุณหภูมิที่ตั้งไว้
สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานแนะนำให้ตั้งเครื่องปรับอากาศในระดับที่รู้สึกสบายและไม่ต่ำกว่า 25 องศาเซลเซียส โดยข้อมูลของกระทรวงพลังงานและหน่วยงานด้านไฟฟ้ายังแนะนำการตั้งประมาณ 26 องศาเซลเซียสเพื่อช่วยลดการใช้พลังงาน
สำหรับคนที่รู้สึกร้อนเมื่อเปิดแอร์ที่ 26 องศาเซลเซียส การเปิดพัดลมช่วยกระจายลมเย็นอาจเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง แทนการลดอุณหภูมิแอร์ลงมากเกินไป
เคล็ดลับลดค่าไฟแอร์ ไม่ต้องรอถึงหน้าร้อน
1. ปิดแอร์เมื่อไม่ได้ใช้งาน
หากไม่มีคนอยู่ในห้องเป็นเวลานาน การปิดเครื่องปรับอากาศย่อมช่วยลดการใช้ไฟได้มากกว่าการเปิดทิ้งไว้ตลอดเวลา โดยเฉพาะห้องที่ไม่มีความจำเป็นต้องรักษาอุณหภูมิไว้
2. ปิดม่านหรือใช้ฉากกันแดด
แสงแดดที่ส่องเข้าห้องโดยตรงจะเพิ่มความร้อนภายในอาคาร การใช้ม่านหรืออุปกรณ์บังแดดจึงช่วยลดภาระของเครื่องปรับอากาศได้ โดยเฉพาะบริเวณหน้าต่างที่รับแดดช่วงบ่าย
3. ล้างแอร์และทำความสะอาดแผ่นกรอง
ฝุ่นที่สะสมบนแผ่นกรองอากาศสามารถทำให้การไหลเวียนของอากาศไม่ดี เครื่องจึงอาจต้องทำงานหนักขึ้น การทำความสะอาดแผ่นกรองอย่างสม่ำเสมอจึงเป็นวิธีพื้นฐานที่ช่วยให้เครื่องทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
4. ใช้พัดลมช่วยกระจายความเย็น
การเปิดพัดลมร่วมกับแอร์ช่วยให้ลมเย็นกระจายทั่วห้องได้ดีขึ้น และทำให้ร่างกายรู้สึกเย็นสบายโดยไม่จำเป็นต้องลดอุณหภูมิแอร์ลงมากเกินไป
ระวังความเข้าใจผิดเรื่องค่าไฟช่วงกลางวันและกลางคืน
คำว่า “ช่วงไหนค่าไฟแพงที่สุด” ต้องแยกออกจากคำว่า “ช่วงไหนแอร์กินไฟมากที่สุด” เพราะสองเรื่องนี้ไม่เหมือนกัน
สำหรับบ้านที่ใช้โครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้าปกติ ราคาค่าไฟไม่ได้เปลี่ยนตามเวลาแบบเดียวกับอัตรา TOU ส่วนผู้ใช้ไฟที่อยู่ในระบบ TOU จะมีอัตรา On Peak และ Off Peak ตามช่วงเวลาที่กำหนด
ดังนั้น ก่อนนำแนวคิดเรื่องเปิดแอร์ช่วง Off Peak มาใช้เพื่อลดค่าไฟ ควรตรวจสอบก่อนว่าบ้านของตนเองใช้อัตราค่าไฟประเภทใด
สรุป เปิดแอร์เวลาไหนประหยัดไฟที่สุด?
หากพิจารณาเฉพาะภาระการทำความเย็น ช่วงที่อากาศภายนอกเย็นกว่ามักช่วยให้แอร์ทำงานเบาลง ขณะที่ช่วงบ่ายซึ่งอากาศร้อนจัดอาจทำให้เครื่องใช้พลังงานมากขึ้น
แต่การประหยัดไฟไม่ได้ขึ้นอยู่กับเวลาเพียงอย่างเดียว การตั้งอุณหภูมิให้เหมาะสม ป้องกันความร้อนจากแสงแดด ทำความสะอาดแอร์ และเลือกใช้งานเท่าที่จำเป็น ล้วนมีผลต่อค่าไฟเช่นกัน
สำหรับบ้านทั่วไป จึงไม่จำเป็นต้องรอเวลาใดเวลาหนึ่งเพื่อเปิดแอร์ แต่ควรจัดการทั้ง “อุณหภูมิห้อง ระยะเวลาใช้งาน และประสิทธิภาพของเครื่อง” ไปพร้อมกัน วิธีนี้มีโอกาสช่วยลดการใช้ไฟได้มากกว่าการเปลี่ยนเวลาเปิดแอร์เพียงอย่างเดียว
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น